รีพอร์ต
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ หลังจากบุกไปเอาชนะคลับ บรูจจ์ 0-4 ทำให้สกอร์รวมชนะขาดลอยที่สกอร์ 7-1
เวย์น รูนี่ย์ ตอบโต้คนที่สงสัยในฟอร์มเขาด้วยการซัดแฮตทริคอย่างน่าประทับใจที่เบลเยียม ก่อนที่ อันเดร์ เอร์เรร่า จะมายิงประตูแรกในฤดูกาลของเขาด้วยการยิงสุดเฉียบคม ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล, นักเตะปีศาจแดง และแฟนๆ เตรียมสัมผัสบรรยากาศของค่ำคืนแห่งเกมยุโรปแบบเต็มๆ ซึ่งถือเป็นรายการที่มีความหมายต่อสโมสรมาก นับตั้งแต่ที่ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ พาทีมครองบัลลังก์มาได้
ฟาน กัลปรับทัพ 2 ตำแหน่งในเกมนี้ โดยเป็น ไมเคิล คาร์ริค ที่ได้ลงเล่นแทน บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ พร้อมกับส่งเอร์เรร่าลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกในฤดูกาลนี้ ซึ่งทั้งคู่ที่ลงสนามมาก็ช่วยให้เกมของทีมปีศาจแดงไหลลื่นท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักที่บรูจจ์
แม้ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเริ่มต้นเกมได้ดีกว่า แต่เจ้าถิ่นก็เป็นฝ่ายที่ได้โอกาสลุ้นครั้งแรก เมื่อ ลุค ชอว์ ต้องบล็อคจังหวะยิงวอลเล่ย์ของ ทอม เด ซัตเตอร์ ซึ่งการยิงครั้งนี้ก็ปลุกให้เสียงเชียร์ของแฟนบอลคลับ บรูจจ์ในสนามดังกระหึ่มขึ้นมา หลังจากที่พวกเขาร่วมกันร้องเพลงเชียร์ของลิเวอร์พูลอย่าง You’ll Never Walk Alone กันมาในช่วงก่อนคิกออฟ
ทีมปีศาจแดงมาทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นเงียบลงได้อย่างรวดเร็วด้วยประตูออกนำในนาทีที่ 20 เมมฟิส เดปาย ซึ่งเป็นดาวเด่นจากเกมเลกแรกลากบอลตัดเข้าในจากฝั่งซ้าย ก่อนที่จะจ่ายตัดแนวรับไปให้รูนี่ย์ชิพบอลข้ามผู้รักษาประตูคลับ บรูจจ์เข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างเยือกเย็น ซึ่งนี่ถือเป็นประตูแรกของเขาในเกมระดับแข่งขันจริงสำหรับฤดูกาลนี้ด้วย
ประตูของรูนี่ย์บังคับให้คลับ บรูจจ์ต้องยิงอย่างน้อย 3 ประตูเพื่อตามตีเสมอในสกอร์รวม แม้ว่าความหวังจะน้อยนิด แต่แฟนบอลในสนามก็ยังเชียร์กันด้วยสปิริต และพวกเขาก็เกือบตีเสมอได้จากจังหวะของเด ซัตเตอร์ที่ทำให้ เซร์คิโอ โรเมโร่ ต้องออกแรงเซฟในนาทีที่ 40 ก่อนที่ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนตินาจะมาพุ่งคว้าบอลจากเท้าของ โบลี่ โบลิงโกลี่-เอ็มบอมโบ ในจังหวะหลุดเดี่ยว เมมฟิสเองก็ได้ยิงแฉลบไปเข้ามือนายทวารเจ้าถิ่นด้วยเช่นกันก่อนจบครึ่งแรก
ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้นด้วยการเปลี่ยนเอาชไวน์สไตเกอร์ลงมาแทน แอดนาน ยานูซาย และอดีตนักเตะบาเยิร์น มิวนิคก็สร้างผลงานร่วมกับคาร์ริคได้อย่างไหลลื่นในทันที จากนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มาได้ประตูทิ้งห่าง โดยอาศัยจังหวะจ่ายพลาดของคลับ บรูจจ์ ทีมปีศาจแดงเล่นเกมโต้กลับเร็ว และเอร์เรร่าก็จ่ายบอลเข้ากลางให้รูนี่ย์แปโล่งๆ เข้าไปเป็นลูกที่ 2 ของเขาในค่ำคืนนี้
สถานการณ์ของเจ้าถิ่นยิ่งแย่เข้าไปอีกเมื่อกัปตันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาทำแฮตทริคได้สำเร็จในอีกไม่กี่นาทีถัดมา เขาหลุดกับดักล้ำหน้าจากการจ่ายมาให้ของ ฮวน มาต้า ก่อนที่จะยิงลอดขาผู้รักษาประตูเข้าไป ถือเป็นประตูที่ 35 ในเวทียุโรปของเขา ซึ่งมีเพียงแค่ รุด ฟาน นิสเตลรอย เท่านั้นที่ยิงให้กับสโมสรได้มากกว่าที่จำนวน 38 ประตู
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้เปรียบเต็มที่ แต่ก็ยังไม่หยุดเล่นเกมรุก ทีมปีศาจแดงจ่ายบอลทะลุแนวรับของบรูจจ์จนฉีกเป็นชิ้นๆ หนึ่งในนั้นจบลงด้วยการที่เอร์เรร่าส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายจากการจ่ายมาให้ของชไวน์สไตเกอร์ และหลักจากที่ยิงประตูได้ นักเตะชาวสเปนก็ถูกเปลี่ยนตัวออกให้ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ ลงมาเล่นแทน
คลับ บรูจจ์มายิงชนคานจากลูกวอลเล่ย์อันทรงพลังของ ตูร์ เดียร์ค และแม้ว่าผลการแข่งขันจะขาดลอยไปแล้ว แต่ทีมปีศาจแดงก็ยังมองหาประตูที่ 5 และก็เกือบจะทำได้จากลูกจุดโทษในนาทีที่ 80 เมื่อ ออสการ์ ดูอาร์เต้ ไปทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ แต่ชิชาริโต้ก็มาลื่นจนยิงพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย
เฮอร์นานเดซน่าจะมาแก้ตัวได้จากโอกาสทองในนาทีที่ 90 เมื่อ แอชลี่ย์ ยัง ครอสบอลมาที่เสาสอง แต่ดาวยิงชาวเม็กซิกันก็แปโล่งๆ ข้ามคานออกไป สุดท้ายสกอร์จึงจบลงที่ตรงนี้ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ได้ผ่านเข้าไปเตะในรอบแบ่งกลุ่ม โดยทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่การจับสลากแบ่งกลุ่มที่โมนาโกในวันพฤหัสบดีนี้
สถิติ