ศึกพรีเมียร์ ลีค ถือว่ากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำหรับการลุ้นแชมป์ทีเดียวแถมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ครองตำแหน่งจ่าฝูง ที่มีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์มาครองได้อีกสมัยจะได้โคจรมาชนกับ เชลซี เจ้าของตำแหน่งรองจ่าฝูง ที่พยายามแย่งแชมป์กลับไปยังลอนดอนให้จงได้โดยนัดนี้ถือเป็นแมตช์ตัดสินแชมป์เลยทีเดียว
เชลซี ดวลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาทั้งหมด 147 นัด “ปีศาจแดง” เป็นฝ่ายคว้าชัยไปได้ถึง 65 นัด ในขณะที่ “สิงห์สำอาง” เก็บชัยได้เพียง 39 นัดเท่านั้นโดยการพบกันของทั้งคู่ในถิ่น “สแตมฟอร์ด บริดจ์” ทั้ง 69 ครั้งเจ้าถิ่นเก็บชัยไปได้ 20 นัด ในขณะที่ทีมเยือนบุกมายัดเยียดความปราชัยให้เจ้าถิ่นได้ถึง 31 นัด
โดยการพบกันของทั้งคู่เมื่อต้นฤดูกาล “ปีศาจแดง” เป็นฝ่ายเปิดบ้านอัด “สิงโตน้ำเงินคราม” ไปถึง 2-0 จากการประเดิมประตูแรกในสีเสื้อปีศาจแดงของ “เตเบซ” ก่อนที่ “ซาฮา” จะมาซัดจุดโทษปิดท้าย
ทักทายเจ้าบ้าน
เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ “แกรนต์” ดูเหมือนจะหมดลุ้นแชมป์ไปแล้วเมื่อกลางซีซั่นแต่พลพรรคสิงห์สำอาง ก็ร่วมแรงกันกู้วิกฤตกลับมาเป็นผู้ท้าชิงได้อย่างสง่างามแถมผลงานในลีค ก็ยังไม่แพ้ใครมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่อีกด้วย
นัดนี้เจ้าบ้าน อาจจะไม่มี “แลมพาร์ด” ที่เพิ่งสูญเสียคุณแม่ไปด้วยโรคปอดอักเสบทำให้สภาพจิตใจของห้องเครื่องคนสำคัญรายนี้น่าจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้รวมไปถึง “คูดิชินี่” ประตูสำรองที่ยังไม่พร้อมกลับมาเป็นกำลังเสริมของ “เช็ก” แต่จะได้ “ดร็อกบา” ศูนย์หน้าตัวเก่งที่พลาดช่วยทีมในเกมลีคมาตลอดเดือนเมษายน กลับมาลงล่าตาข่ายอีกครั้ง
ต้อนรับทีมเยือน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำคะแนนตกหล่นไปถึง 2 นัดใน 3 เกมหลังสุดแถมนัดล่าสุดก็ต้องไล่ตามตีเสมอ “กุหลาบไฟ” ในช่วงท้ายเกมแบบหืดขึ้นคอแต่ระยะห่างจากรองจ่าฝูงถึง 3 แต้ม ก็ยังทำให้ “ปีศาจแดง” มีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 10
สำหรับเกมนี้ ทีมเยือนยังต้องลุ้น “วิดิช” ปราการหลังตัวเก่ง ว่าจะผ่านทดสอบความฟิตลงมาแพ็คแนวรับหรือไม่ซึ่งหากปราการหลังชาวเซิร์บ ยังไม่พร้อม ทั้ง “บราวน์” “ปิเก้” และ “ซิลแวสตร์” ก็พร้อมลงทำหน้าที่แทนส่วน “ซาฮา” ก็ยังคงหมดสิทธิลงช่วยทีมต่อไปอีกนัด
นัดนี้ถือได้ว่าเป็นโอกาสในการล้างตาของ “แกรนต์” ทีเดียวเพราะนัดแรกที่ได้เข้าคุมสิงห์สำอาง ก็เป็น “ปีศาจแดง” นี่เองที่ยัดเยียดความปราชัยให้ทันที และที่สำคัญ นัดนี้มีความสำคัญยิ่งกับทั้งสองทีมหาก “สิงห์สำอาง” สามารถเฉือนชนะผู้มาเยือนได้ จะทำให้การลุ้นแชมป์เข้มข้นขึ้นทุกทีแต่หาก “ปีศาจแดง” สามารถบุกมาคว้าชัยกลับไปได้ แชมป์ก็แทบจะตกเป็นของพวกเขาทันที นัดนี้จึงเป็นอีกเกมที่น่าจะสร้างความเร้าใจได้ตลอดทั้ง 90 นาที
chokechone11
2001-2024 RED ARMY FANCLUB Official Manchester United Supporters Club of Thailand. #ThaiMUSC